สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ชื่อในระบบ Username
รหัสผ่าน Password
ลืมรหัสผ่าน?
สถานที่ท่องเที่ยว :

วัดโลกโมฬี เชียงใหม่

วัดโลกโมฬี เชียงใหม่
วัดโลกโมฬี ตั้งอยู่ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เดิมเป็นวัดร้างมีเนื้อที่ ๔-๑-๓๗ ไร่ โบราณสถานที่ปรากฏอยู่คือ พระเจดีย์ที่มีอายุประมาณ ๔๗๗ ปี (ปัจจุบัน พ.ศ ๒๕๔๘ ) ฐานพระอุโบสถ ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ข้นทะเบียนไว้ หลังจากได้ยกขึ้นเป็นวัด ได้สร้างพระวิหาร และกำแพง ตามแบบสถาปัตยกรรมล้านนา สร้างกุฏิสงฆ์พร้อมกันนั้นได้หล่อพระพุทธรูปปฏิมาประธานประจำพระวิหาร ชื่อ “พระพุทธสันติจิรบรมโลกนาถ” และได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนพระเมาลี เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ ๒๕๔๖ และยังได้หล่อพระรูปของพระนางจิระประภา มหาเทวี ซึ่งพระองค์ได้ทรงอุปถัมภ์วัดโลกโมฬีครั้งเสวยราชย์ครองเมืองเชียงใหม่ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ สักการะรำลึกถึงคุณความดีของพระองค์ .
อ่าน
4,865
2014-04-14
เลขที่ 229 ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
-
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
053404039,053226594

ลำดับประวัติศาสตร์วัดโลกโมฬีจากแรกสร้างจวบจนปัจจุบัน (โดย บุญธรรม  ยศบุตร)


              วัดโลกโมฬี  ตั้งอยู่ถนนมณีนพรัตน์   ตำบลศรีภูมิ  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่  เดิมเป็นวัดร้างมีเนื้อที่ ๔-๑-๓๗  ไร่   โบราณสถานที่ปรากฏอยู่คือ  พระเจดีย์ที่มีอายุประมาณ  ๔๗๗  ปี  (ปัจจุบัน  พ.ศ  ๒๕๔๘ )  ฐานพระอุโบสถ  ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ข้นทะเบียนไว้  หลังจากได้ยกขึ้นเป็นวัด  ได้สร้างพระวิหาร  และกำแพง  ตามแบบสถาปัตยกรรมล้านนา     สร้างกุฏิสงฆ์พร้อมกันนั้นได้หล่อพระพุทธรูปปฏิมาประธานประจำพระวิหาร ชื่อ  “พระพุทธสันติจิรบรมโลกนาถ”  และได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนพระเมาลี  เมื่อวันที่   ๖  พฤศจิกายน  พ.ศ ๒๕๔๖  และยังได้หล่อพระรูปของพระนางจิระประภา  มหาเทวี  ซึ่งพระองค์ได้ทรงอุปถัมภ์วัดโลกโมฬีครั้งเสวยราชย์ครองเมืองเชียงใหม่ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ สักการะรำลึกถึงคุณความดีของพระองค์  
วัดโลกโมฬี  สร้างขึ้นในสมัยของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์มังราย  พระองค์ใดนั้นยังไม่พบหลักฐานโดยแน่ชัด  แต่จากหลักฐานที่ค้นพบและได้กล่าวถึงวัดโลกโมฬีพอรวบรวมได้เป็นยุคดังนี้

ยุคที่  ๑  ตำนานวัดพระธาตุดอยสุเทพ  บันทึกไว้ว่า  ปีพุทธศักราช   ๑๙๑๐  ในสมัยพญากือนาธรรมิกราช  กษัตริย์ในราชวงศ์มังราย ลำดับที่  ๖  เสวยราชสมบัติในเมืองเชียงใหม่  พระองค์ทรงเสื่อมในศรัทธาในพระพุทธศาสนา  ปรารภได้พระภิกษุผู้ทรงพระไตรปิฎกพระพุทธพจน์สามารถทำสังฆกรรมใหญ่น้อยได้ทุกประการมาไว้ในอาณาจักร  เมื่อได้ทรงทราบสุปฏิปันตาทิคุณแห่งพระอุทุมพรบุปผามหาสวามีเจ้า  ซึ่งอยู่ที่เมืองพัน  จึงให้ราชทูตไปอาราธนาพระมหาสวามีเจ้า  แต่พระสวามีเจ้ารับนิมนต์ไม่ได้  จึงให้ภิกษุลูกศิษย์  ๑๐  รูป  มีพระอานนท์เถรเป็นประธานมาสู่เมืองเชียงใหม่แทนท่านพญากือนา  ก็ให้พระเถระเจ้าทั้งหลายพำนักอยู่  ณ  วัดโลกโมฬี  กำแพงเวียงชั้นนอก  บ้านหัวเวียง จากหลักฐานที่ปรากฏนี้พอจะอนุมานได้ว่า  วัดโลกโมฬี  น่าจะสร้างขึ้นในสมัยพญากือนาประมาณปีพุทธศักราช  ๑๙๑๐  หรือก่อนหน้านั้น

ยุคที่  ๒   ๑๖๐  ปีต่อมา  หนังสือตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่หน้า  ๘๗-๘๘  บันทึกไว้ว่า  ปีพุทธศักราช   ๒๐๗๐   ในสมัยของพระเมืองเกศเกล้า  กษัตริย์ราชวงศ์มังรายลำดับที่  ๑๒  (พระเมืองเกศเกล้าเมืองครั้งที่   ๑  ปี  พ.ศ  ๒๐๖๘-๒๐๘๑  )  หลักฐานบันทึกไว้ว่า  “พญาเกศได้ถวายบ้านหัวเวียงให้เป็นอารามวัดโลกโมฬี ) ปีพุทธศักราช  ๒๐๗๑  พญาเกศ  เมื่อได้บูรณะฟื้นฟูวัดโลกโมฬีและได้ทำบุญฉลองถวายให้เป็นอารามวัดโลกโมฬีแล้ว   ก็ได้ทรงสร้างพระเจดีย์  ขนาดองค์ใหญ่ (มหาเจดีย์) ขึ้น  พร้อมกันนั้นก็ได้สร้าง  พระวิหาร  เพื่อใช้ประกอบพิธีบำเพ็ญศาสนกิจของพุทธศาสนิกชน  พระเมืองเกศเกล้า  หรือพญาเกศ  ครองราชย์ครั้งที่ ๒  เป็นลำดับที่  ๑๔  พ.ศ  ๒๐๘๖-๒๐๘๘  พญาเกศฯ  ทรงออกผนวชมีพระสิริมังคลาจารย์เป็นพระอุปัชฌาจารย์  พระองค์ยังได้โปรดเกล้าแต่งตั้ง  พระมหาสรภังค์เถระเป็นพระมหาสังฆราชนครพิงค์เชียงใหม่พญาเกศเสด็จสวรรคตถูกขุนนางลอบปลงพระชนม์ในปีพุทธศักราช  ๒๐๘๘ 

         หลังจากสวรรคตแล้ว  ข้าราชการขุนนาง  ได้ทำพิธีปลงศพที่วัดแสนพอก  กำแพงเมืองชั้นในหลังจากได้ถวายพระเพลิงแล้วก็ได้นำพระอัฐิของพระองค์มาบรรจุไว้  ณ  วัดโลกโมฬี  เอากระดูกไปบรรจุไว้ยังวัดโลกโมฬี  ฝ่ายแจ่งหนเหนือทางนอกนั้น” ปีพุทธศักราช  ๒๐๘๘  หลังจากที่พญาเกศ  ได้สวรรคตแล้ว  พระนางจิระประภา  ราชธิดาของพญาเกศ  ก็ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดาเป็นกษัตริย์  ในราชวงศ์มังรายลำดับที่   ๑๕  

         ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า  ครั้งนั้นเมืองเชียงใหม่มีเหตุการณ์ไม่สงบ  เนื่องจากขุนนางทั้งหลายไม่สามัคคีกัน  สมเด็จพระไชยราชาธิราช  กษัตริย์อยุธยาได้ยกทัพขึ้นมาหมายจะตีเมืองเชียงใหม่  พระนางจิระประภาทรงทราบว่า  กำลังทัพหลวงของพระไชยราชาธิราช  และเมืองเชียงใหม่ไม่พร้อมที่จะรับศึกได้  เมื่อกองทัพพระไชยราชาธิราช  ยกทัพมาถึงนอกเมือง  พระนางจึงได้แต่งเครื่องราชบรรณาการออกปถวายและทูลเชิญเสด็จพระไชยราชาธิราช  ได้นำเสด็จมาทำบุญที่กู่เฝ่า  พระเมืองเกศเกล้า  ที่วัดโลกโมฬี  สมเด็จพระไชยราชาธิราชได้พระราชทานพระราชทรัพย์ทำบุญไว้กับกู่พญาเกศเกล้าอีก  ๕,๐๐๐  เงิน  กับผ้าทรง  ๑  ผืน  นอกจากนั้นยังได้รับพระราชทานรางวัลให้กับเจ้านาย  ขุนนางที่รับเสด็จด้วย

ยุคที่  ๓  ๖๐  ปี  ต่อมาหลังจากที่เมืองเชียงใหม่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าหลักฐานพงศาวดารโยนกและตามรอยโครงมังทรารบเชียงใหม่  ในปีพุทธศักราช  ๒๑๔๙  กษัตริย์ที่ครองเชียงใหม่ชื่อ  มังนราช่อ  (สาวัตถีนรถามังคะยอ)ซึ่งเป็นราชบุตรของพระเจ้าบุเรงนอง  (ครองราชย์  พ.ศ ๒๑๒๒-๒๑๕๐)  ได้มีเมตตาธรรมให้พระมหาสมเด็จวัดโลกโมฬี  ไว้กับวัดวิสุทธาราม  ให้คนบ้านแปะและพวกยางบนดอยเป็นข้าวัดดูแลห้ามฝ่ายบ้านเมืองนำไปใช้แม้จะมีศึกสงคราม (วัดบ้านแปะ  อำเภอจอมทอง  จังหวัดเชียงใหม่ปัจจุบัน)


          ปีพุทธศักราช  ๒๑๘๒  หลักฐานตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่  บันทึกไว้ว่า  พระเจ้าสุทโธธรรมราชา   ได้มีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาและได้อาราธนาพระสวามี  ถวายทานในพระบาทสมเด็จพระสังฆราชโมฬีเจ้า  วัดทุกวัดเป็นราชฐาน  ทำบุญเดือนยี่เป็ง  บูชาพระพุทธรูป  พระธาตุเจ้าและพระภิกษุ  สามเณร  ตามพระราชประเพณีแห่งเมืองเชียงใหม่

ยุคที่  ๔  ยุคกาวิละวงศ์  หลักฐานรายชื่อวัดในเขตกำแพงเมืองเชียงใหม่ 
ในปีพุทธศักราช  ๒๔๔๐  สมัยของพระเจ้าอินทวิชยานนท์  และสมัยของเจ้าอินทวโรรส  เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่  ลำดับที่  ๗ และ ๘  มีบันทึกไว้ว่า “ วัดโลกโมฬี  ตั้งอยู่แขวงบ้านทับม่านขึ้นกับแคว้นเจ็ดยอด  เจ้าอธิการชื่อ  ตุ๊พวง  นิกายเชียงใหม่  ยังไม่ได้เป็นอุปัชฌาย์  รองอธิการชื่อ  ตุ๊คำ   และในปีพุทธศักราช  ๒๔๕๒-๒๔๘๒  พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ  เจ้าครองนครเชียงใหม่ลำดับที่  ๙  ได้  บูรณะวัดโลกโมฬี  เหนือเวียงและสร้างพระพุทธรูปพร้อมทั้งธรรมมาสน์ 
         หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆ ที่จะบอกถึงความเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาต่อเนื่องมาอีก  นับแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่  ๒ 

         ประมาณปีพุทธศักราช  ๒๔๘๔  วัดโลกโมฬี  ก็ตกอยู่ในสภาพเป็นวัดที่ว่างเว้นจากผู้ปกครองสงฆ์นาน  ๖๐  ปี  ที่ดินของวัดในอดีตก่อนหน้านั้นมีเนื้อที่กว้างขวางหลายสิบไร่  ได้ถูกถือครองโดยเอกชนและต่อมามีการออกโฉนดเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนหลายแปลง  จึงเหลือเนื้อที่ตามที่ปรากฏในหลักฐานขึ้นทะเบียนเป็นวัดร้าง   ในความดูแลของกรมศาสนา  จำนวนเนื้อที่ ๔-๑-๓๗  ไร่ พื้นที่ด้านหน้าของพระเจดีย์   ซึ่งติดถนนมณีนพรัตน์       กองศาสนาสมบัติกลางกรมการศาสนา              ได้ให้กรมปศุสัตว์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เช่าเป็นที่ทำการของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่        เป็นระยะเวลากว่า ๓๐  ปี    อีกส่วนด้านทิศตะวันออก   ได้ให้สมาคมธรรมศาสตร์ภาคเหนือเช่า  เป็นที่ทำการของสมาคม ฯ เป็นระยะเวลาหลายสิบปีเช่นกัน   และต่อมาสมาคมธรรมศาสตร์ภาคเหนือได้ให้บริษัทโคโนโก้เช่าต่อ  ถือสัญญาเช่ามีระยะเวลา  ๓๐  ปี  (๒๕๓๕)   มีการปรับปรุงเป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง   ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

 ยุคที่  ๕    ตั้งแต่ปี   พุทธศักราช  ๒๕๔๔  จนถึงปัจจุบัน 
พระญาณสมโพธิ   “ปัจจุบันได้เลื่อนตำแหน่งเป็นพระเทพวรสิทธาจารย์”  เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร  เจ้าคณะอำเภอแม่วาง  จังหวัดเชียงใหม่  ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอ  จังหวัดเชียงใหม่  และได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ในปี  ๒๕๔๗  และเป็นรองเจ้าคณะภาค 7 ในปัจจุบัน ได้พิจารณาสถานที่วัดร้างในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่    ที่มีเนื้อที่กว้างพอประมาณหลายแห่ง  ดังนี้ 

          วัดเจ็ดลิน  (ร้าง)  ถนนพระปกเกล้า  ตำบลพระสิงห์   อำเภอเมือง  จังหวัด เชียงใหม่  (หลังตลาดประตูเชียงใหม่)  ซึ่งเป็นวัดร้างมีเนื้อที่  ๗-๐-๙๖  ไร่  เพียงพอที่จะสร้างสำนักงานได้  จึงทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  ฉบับที่  ๑  ลงวันที่  ๒๒  กันยายน  พ.ศ  ๒๕๔๓  เพื่อเช่าพื้นที่ตามระเบียบของกรรมการศาสนา  แต่มีปัญหาพื้นที่มีผู้บุกรุกอยู่จำนวนมาก  จึงได้ทำหนังขอยกเลิกไป


         วัดโลกโมฬี  (ร้าง)   พระญาณสมโพธิ  (พระราชสิทธาจารย์)   ได้ทำหนังสือลงวันที่  ๒๖  มกราคม  พ.ศ  ๒๕๔๔  เพื่อขอเช่าวัดโลกโมฬี  ตั้งอยู่ถนนมณีนพรัตน์  ตำบลศรีภูมิ  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งเป็นวัดร้างเช่นกัน  มีเนื้อที่  ๒-๓-๐๙  ไร่  แทนวัดเจ็ดลินที่ยกเลิกไป  ขณะที่กำลังรอคำตอบจากกรรมการศาสนานั้น  ก็ทราบว่ามีปัญหาคล้ายกัน  ทั้งยังมีผู้ยื่นคำร้องขอเช่าที่ดินวัดร้างเพื่อทำประโยชน์ทางธุรกิจ  สวนสาธารณะและอื่น ๆ  ดังนั้นจึงได้มีหนังสือลงวันที่  ๕ มีนาคม  พ.ศ  ๒๕๔๔  ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่  ๖  เชียงใหม่  เพื่อขออนุญาติให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมส่งเสริมประเพณีปี๋ใหม่เมืองประจำปี   ๒๕๔๔  มีกำหนด  ๔  วัน  คือ  วันที่  ๑๒-๑๕  เมษายน  พ.ศ  ๒๕๔๔  และได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการได้ 
พระญาณสมโพธิจึงได้สั่งการให้มีการปรับพื้นที่ซึ่งรกร้างมานาน  และกำหนดกิจกรรมงานประเพณีปี๋ใหม่เมือง  โดยได้รับความร่วมมือจาก  นายบุญฤทธิ์  ตุลาพันธ์พงศ์  (สื่อมวลชน)  ได้ประชาสัมพันธ์ข่าวเผยแพร่เป็นระยะ ๆ จนเกิดกระแสจากพุทธศาสนิกชน  พระมหาเถระผู้ใหญ่  เช่น  สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์  เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ  วัดปากน้ำภาษีเจริญ  สมเด็จพระพุฒาจารย์  เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก  วัดสระเกศ  ได้เดินทางมาตรวจสถานที่เห็นว่าเหมาะสมที่จะยกให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาตลอดไป  มหาเถระทั้งสองมีเมตตาที่จะให้การสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ 
         ต่อมาพระญาณสมโพธิ  (พระราชสิทธาจารย์)  มอบหมายให้นายบุญธรรม  ยศบุตร  เลขานุการมูลนิธิพระบรมธาติดอยสุเทพ  ทำหนังสือเรียนเชิญ  ศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม  วัฒนชัย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ในขณะนั้น  (ปัจจุบันได้โปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งองคมมนตรี)  มาเป็นประธานเปิดงานในวันที่  ๑๒  เมษายน  พ.ศ  ๒๕๔๔  โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน  ๗๐๕  รูป  ซึ่งเท่าอายุเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น  มาเจริญพระพุทธมนต์  ฉันภัตตาหารเพล  พร้อมกันนั้นพระสงฆ์ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ได้กระทำปทักษิณรอบพระเจดีย์รวม  ๓  รอบ  เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก


         ต่อมา  พระราชพุทธิญาณ  เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่  ได้ทำหนังสือลงวันที่  ๑๑  เมษายน  พ.ศ. ๒๕๔๔  เพื่อขอยับยั้งการพิจารณาเช่าที่วัดร้างของกรรมการศาสนา  และขอให้ยกวัดโลกโมฬี  (ร้าง)  เป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาตลอดไปแทน   ซึ่งก็ได้รับอนุมัติจากกรรมการศาสนา  ตามประกาศวันที่  ๙  ตุลาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๔   พร้อมหนังสือแต่งตั้งให้ พระญาณสมโพธิ  เป็นรักษาการเจ้าอาวาส  คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่  คณะกรรมการฟื้นฟูวัดโลกโมฬี  จึงได้จัดพิธีเฉลิมฉลองตราตั้งวัดโลกโมฬี  ในช่วงเช้า  พระญาณสมโพธฺ (พระราชสิทราจารย์)  ได้ประกอบพิธีหล่อพระพุทธรูป  พระพุทธสันติจิรบรมโลกนาถ ขนาดหน้าตักกว้าง  ๘๐  นิ้วขึ้น  เพื่อเป็นองค์ประธานประจำวิหารหลังใหม่   เนื่องจากตรงกับเทศกาลยี่เป็งจึงได้มอบหมายให้อาจารย์ยุพิน  เข็มมุกด์  ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรม   สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ (มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่)  จัดกิจกรรมเทศน์มหาชาติในเทศกาลยี่เป็งขึ้นเป็นตรั้งแรกของวัดโลกโมฬีประจำปี  พ.ศ.  ๒๕๔๔ 

         กิจกรรมนี้ได้จัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเพื่อสืบสานและส่งเสริมประเพณีการตั้งธรรมหลวง  ประกอบกับในช่วงนั้นมีภาพยนตร์เรื่องสุริโยทัย  กำลังโด่งดังมาก  ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อเรื่องกล่าวถึงวัดโลกโมฬีและพระมหาเทวีจิระประภา  ทางคณะกรรมการฟื้นฟูวัดจึงได้นำมาฉายให้ประชาชนได้ชม  ปรากฏว่าประชาชนนับหมื่นให้ความสนใจ

ยกฉัตรมหาเจดีย์วัดโลกโมฬี


         ความสำนึกที่จะให้มหาเจดีย์สมบูรณ์โดยมียอดฉัตรเช่นเดียวกับเจดีย์อื่น ๆ โดยทั่วไป  เกิดขึ้นเมื่อสร้างวิหารเสร็จแล้ว  เมื่อต้นปีพุทธศักราช  ๒๕๔๘  พระราชสิทราจารย์ได้ปรารภถึงยอดฉัตรมหาเจดีย์วัดโลกโมฬีว่า  ถึงเวลาแล้วที่ชาวพุทธทุกหมู่เหล่าจะได้อันเชิญฉัตรขึ้นมหาเจดีย์ 
พระราชสิทราจารย์ได้มอบหมายให้ทางมูลนิธิพระบรมธาตุดอยสุเทพ   วางแผนดำเนินการ  คือขออนุญาติจากกรมศิลปากร  และมอบหมายให้  ผศ.ดร.อนุสรณ์  อินทรังษี  ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  คณะวิศวะกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เป็นผู้ออกแบบโครงสร้างโดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก  นายสหวัฒน์  แน่นหนา  ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปากรที่  ๘  เชียงใหม่  กรมศิลปากร


         พระราชสิทธาจารย์  เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ   รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่  และนายสุวัฒน์  ตันติพัฒน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่   มีความเห็นร่วมกันว่าควรเชิญ  ฯพณฯ  พ.ต.ท . ดร. ทักษิณ  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  มาเป็นประธารประกอบพิธียกยอดฉัตรมหาเจดีย์   ในวันที่  ๑๒  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘  เวลา  ๑๖.๓๙  น.  ดังนั้นจึงได้จัดพิธียกปลียอดทองเหลืองปิดทองครอบปลียอดองค์เดิม  ในวันที่  ๒  เมษายน  ๒๕๔๘  เวลา  ๑๗.๓๙  น.  ซึ่งเป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย


         ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้มีหนังสือเรียนเชิญ ฯพณฯ พ.ต.ท. ดร.  ทักษิณ  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  ลงวันที่  ๒๘  มีนาคม  พ.ศ. ๒๕๔๘  ประจวบเหมาะกับวันที่  ๔  เมษายน  พ.ศ. ๒๕๔๘  ฯพณฯ  พ.ต.ท.  ทักษิณ  ชินวัตร   นายกรัฐมนตรี   มาปฏิบัติราชการที่จังหวัดเชียงใหม่  ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เรียนเชิญ  ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีตรวจดูความก้าวหน้าในการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบเมืองเชียงใหม่ ตามโครงการเมืองน่าอยู่  ดูความสะอาดของวัดวาอารามต่าง ๆ และขณะที่เดินทางมาถึงบริเวณหน้าวัดโลกโมฬี  ฯพณฯ  นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจเป็นพิเศษ  เนื่องจากวิหารและเจดีย์สูงสง่างามยิ่งนัก 

          ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้เรียน  ฯพณฯ  นายกรัฐมนตรี  ทราบว่าทางวัดใคร่ขอเรียนเชิญ  ฯพณฯ  มาเป็นประธานยกยอดฉัตรในวันที่  ๑๒  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘  ฯพณฯ  ยินดีที่จะมาเป็นประธานในเวลา  ๑๖.๓๙  น.  หลังจากประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วเสร็จ 
กำหนดาร  วันที่   ๑๒   เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘  เวลา  ๐๘.๓๐  น.  ประกอบพิธีทำบุญวัดโลกโมฬี  พระสงฆ์  ๗๐๙  รูป  เจริญพระพุทธมนต์  (เท่าอายุเมืองเชียงใหม่) และทักษิณานุประทานแด่พระสังฆราชครูบูรพกษัตริย์ล้านนาทุกพระองค์ 
เวลา  ๑๖.๓๙  น.  ฯพณฯ  พ.ต.ท.  ดร. ทักษิณ  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  ประธานพิธียกฉัตรมหาเจดีย์วัดโลกโมฬี  ถวายไทยธรรมพระสงฆ์อนุโมทนา

 

กว่าจะเป็นวัดโลกโมฬีและภาพกิจกรรม 
จากวันนั้น ที่ ๒๒  กันยายน ๒๕๔๓ – ๙ ตุลาคม ๒๕๔๔


         จากที่พระญาณสมโพธิ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เจ้าคณะอำเภอแม่วาง  ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่มอบหมายให้ นายบุญธรรม  ยศบุตร พิจารณาหาที่ตั้งสำนักงานเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ไม่สะดวกประการทั้งปวง(ตามหลักการ และเหตุผลในโครงการ โครงการจัดสร้างสำนักงานเจ้าคณะอำเภอพระสังฆาธิการระดับอำเภอ และจังหวัด) จึงได้ดำเนินการ ขอให้ใช้วัดร้างเจ็ดลิน หนังสือ จล.๖๖/๒๕๔๓ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๓ พร้อมโครงการฯ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากกรมศาสนา ตามหนังสือที่ ชม.๐๐๓๒/๔๖๖๘๔ ลงวันที่๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ เมื่อถูกปฏิเสธการของใช้ จึงได้ตั้งเป้าหมายเปลี่ยนเป็น ขอเช่าแทน และได้ดำเนินการขอเช่าจากกรมศาสนา ตามหนังสือที่ จล.๘๓/๒๕๔๓ ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ในระหว่างที่รอคอยคำตอบจากกรมการศาสนาเป็นเวลานาน และเข้าใจว่ากรมศาสนาคงจะไม่อนุญาตให้เช่า

            ดังนั้น ในวันหนึ่ง(ระหว่างวันที่ ๕-๘ มกราคม ๒๕๔๔) ท่านเจ้าพระคุณพระญาณสมโพธิ์ได้ปรารถนาว่าหากได้สถานที่วัดร้างวัดโลกโมฬี เป็นสำนักงานเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่จะดีมากเพราะสะดวกทางตรงกับวัดพระธาตุดอยสุเทพ ประกอบกับมีความผูกพันเกี่ยวข้องกับพระเจ้ากือนาพระผู้อันเชิญพระบรมธาตุไปประดิษฐานบนสเทวบรรพต จึงมอบหมายให้นายบุญธรรม ยศบุตร ไปพิจารณาดำเนินการต่อไป

            เมื่อได้รับการมอบหมายก็ไปติดต่อประสานงานสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้แทนของกรมการศาสนาดูแลที่ดินของวัดร้าง และได้ดำเนินการทำหนังสือขอเช่าที่วัดโลกโมฬีตามหนังสือที่ จล.๐๐๙/๒๕๔๔ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม  ๒๕๔๔ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอหนังสือที่ ชม.๐๐๓/๔๖๔๘ ลงวันที่ ๑๕ กุมพาพันธ์ ๒๕๔๔ ต่ออธิบดีกรมศาสนา ในระหว่างที่รอคำตอบจากกรมศาสนาอยู่นั้น ก็ได้รับอ่านหนังสือของกรมการศาสนา ซึ่งถึงจังหวัดเชียงใหม่ที่ ศธ.๐๓๐๘/๕๑๕ ลงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๔๔ จากหนังสือฉบับดังกล่าวนี้ ทำให้เราหมดหวังที่จะได้รับงานเช้าต่อไปอย่างแน่นอน ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๔๔ ท่านเจ้าพระคุณพระญาณสมโพธิ ได้ปรารภว่าในขณะนั่งรถผ่านวัดโลกโมฬีจะรู้สึก “เย็นสบายมีความอบอุ่นใจ” ได้ปรารภติดต่อกันอยู่หลายวัน จนกระทั่ง  ในวันหนึ่งท่านเจ้าคุณพระญาณสมโพธิ์ ได้สั่งการในทำนองหารือว่า “เราจะขอยกวัดโลกโมฬี(ร้าง)ขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่ประจำพรรษามิได้หรือ จากประสบการณ์ที่เคยปฏิบัติมา ในขณะที่เป็นศึกษาธิการอำเภอนมัสการท่านเจ้าคุณทันทีว่าได้เพราะขณะนี้วัดโลกโมฬีไม่มีใครเช่าอยู่ระหว่างการขออนุญาตต่อรัฐมนตรีตามมติ คณะรัฐมนตรี ลงวันที่  ๑๙ กันยายน ๒๕๓๘ อยู่ท่านเจ้าคุณพระญาณสมโพธิ ได้โอกาสวันหนึ่ง กราบเรียนเรื่องนี้ให้พระธรรมสิทธาจารย์ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์วรมหาวิหารทราบได้พาท่าเจ้าคุณไปชมวัดโลกโมฬี(ร้าง)เมื่อท่าเจ้าคุณพระธรรมสิทธาจารย์เห็นเจดีย์สูงใหญ่สง่างามยิ่งนักบริเวณกว้างขวางเหมาะสมอย่างยิ่งที่ฟื้นฟูให้กลับเป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษาเหมือนเดิมท่านจึงได้มอบหมายให้พระวิมลเมธี รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่(ชื่อและตำแหน่งในขณะนั้น) ประสานไปยังอธิบดีกรมศาสนาให้ส่งเจ้าหน้าของกรมศาสนามาดูและทางศาสนาได้มอบหมายให้ นายมานะ มโนรมย์ ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถานและนายมนตรี บำรุง เจ้าหน้าที่มาดู เจ้าหน้าที่ทั้ง ๒ ท่านได้เสนอความเห็นแต่ท่านเจ้าคุณว่าสามารถที่จะขอยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดพระภิกษุอยู่จำพรรษา และได้ดำหริเชิงสัจจาธิฐานต่อหน้าท่านเจ้าคุณพระญาณสมโพธิว่า “หากในอดีตท่านเจ้าคุณได้เคยเป็นอธิบดีสงฆ์วัดโลกโมฬีแห่งนี้มาก่อน ทุกอย่างคงจะสำเร็จดังที่ท่านเจ้าคุณปรารถนา(ผู้เป็นเจ้าของเดิมมาแล้ว)” จึงได้มอบหมายให้ดำเนินการตามระเบียบของกรมศาสนากระทรวงศึกษาธิการต่อไป

            กิจกรรมก่อนที่จะยกวัดร้าง เป็นวัดที่พระภิกษุอยู่จำพรรษา
            ในขณะที่กำลังดำเนินการอยู่ ที่ดินวัดโลกโมฬีแห่งนี้ เป็นป่ารกร้างอาคารเช้าปศุสัตว์จังหวัดหักพังเติมไปด้วยขยะเศษขวดยาเป็นจำนวนหมื่น กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ได้รับการบอกเล่าจากผู้อยู่ใกล้เคียงว่า เป็นสถานมั่วสุมของวันรุ่นทั้งกลางวัน และกลสงคืน พระญาณสมโพธิได้มอบหมายให้มูลนิธิพระบรมธาตุดอยสุเทพ สมาคมสหธรรมเชียงใหม่ และเทศบาลนครเชียงใหม่ ดำเนินการวิธีไดวิธีหนึ่งเพื่อเป็นสถานที่แห่งนี้โล่งเตียนสามารถมองเห็นพระเจดีย์ และบริเวณโดยรอบจึงได้ดำเนินดังนี้
           จัดทำโครงการพัฒนาวัดโลกโมฬี (ร้าง) ส่งเสริมประเพณีปี๋ใหม่เมือง
           ขออนุญาตใช้สถานที่วัดร้าง เพื่อจัดกิจกรรมประเพณีจากกรมการศาสนา และจากสำนักงานโบราณคดี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๖ เชียงใหม่ 
           เมื่อได้รับอนุญาตตามหนังสือ ที่ ชม. oo๓๒/๑o๑๓๕ ลงวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๔๔
          ขอความอนุเคราะห์เทศบาลนครเชียงใหม่ปรับสถานที่ หนังสือพิเศษ ๑๒๕๔๔ ลงวันที่ ๑๔ ใหม่เมือง 
          ดำเนินการประชุมคณะสงฆ์ องค์กรทางพระพุทธศาสนา และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อขอยกวัดโลกโมฬีร้างเป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา 
          ที่ประชุมมอบหมายให้เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ทำหนังสือถึงกรรมการศาสนายับยั้งการขอเช่าที่วัดโลกโมฬีร้าง

ขอความอนุเคราะห์ใช้สถานที่จัดกิจกรรมต่อ 
หลังจากจัดงานส่งเสริมประเพณีปี๋ใหม่เมืองเสร็จแล้ว เพื่อให้สถานที่แห่งนี้ไม่ว่างเว้นกิจกรรมทางศาสนา และให้เกิดสาธารณะประโยชน์อย่างแท้จริง มูลนิธิพระบรมธาตุดอยสุเทพ คณะสงฆ์อำเภอเมืองเชียงใหม่ สมาคมสหธรรมเชียงใหม่ และองค์กรพุทธศาสนา จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เผยแผ่ธรรมสืบสานประเพณีขึ้น ขออนุญาตใช้สถานที่วัดโลกโมฬี (ร้าง) เป็นที่จัดกิจกรรมต่อเนื่อง

วันมหัศจรรย์ ๑๒ เมษายน 
เมษายน ๒๕๔๔ เป็นวันเปิดงานส่งเสริมประเพณีปี๋ใหม่เมือง ณ วัดโลกโมฬี และเป็นวัวครบรอบสถาปนาเมืองเชียงใหม่ครบ ๗o๕ ปี ในวันนี้ได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน ๗o๕ รูป มาเจริญพุทธมนต์ (ฉันเพลและรับไทยทาน) พระราชพุทธิญาณเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่เป็นองค์ปนะธานนำพระสงฆ์ทั้งหมดกระทำทักษัณรอบพระมหาเจดีย์ พร้อมกับสวดพระพุทธคุณ ยังความปลื้มปิติโสมมนัสแก่พุทธศาสนิกชนผู้เข้าร่วมพิธี เวลาประมาณ ๑๖.oo น. เศษได้เกิดสิ่งอัศจรรย์พายุฟ้าคะนองบริเวณโดยรอบวัดโลกโมฬี เมฆตั้งเค้าทางทิศตะวันตก มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ลมพัดกันโชคอย่างแรงลูกเห็บตกขาวโพลนไปทั่ว บริเวณวัดโลกโมฬี ทำให้น้ำไหลนองเจิ่งไปทั่วบริเวณจัดงาน ในขณะที่ฝนกำลังตกพระธรรมสิทธาจารย์ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนั่งหลบฝนอยู่ในปรำพิธี ร่วมกับพระญาณสมโพธิ และประธานในพิธี ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศาสตราจารย์ นพ.เกษม วัฒนชัย บรรยากาศเข้าสู่สภาพปกติสามารถดำเนินงานได้ตามกำหนดการ เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

ยื่นเรื่องขอยกวัดโลกโมฬีร้าง 
วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๔๔ ดำเนินการยื่นเรื่องขอยกวัดโลกโมฬี (ร้าง) เป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ตามระเบียบของกรมการศาสนา

วันแห่งการรอคอยก็มาถึง 
วันที่ ๒o กันยายน ๒๕๔๔ เราได้รับข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่ามหาเถรสมาคมได้เห็นชอบ และอนุญาตในการ ขอยกวัดโลกโมฬี (ร้าง) ขึ้นเป็นวัดมรภิกษุอยู่จำพรรษานำมายังความปลื้มปิติยินดียิ่งนัก

กิจกรรมวันวิสาขบูชา 
            นับตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๔ เป็นต้นมาได้มีพิธีอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน มาประดิษฐานเพื่อฉลองสมโภช ณ วัดโลกโมฬี ในเดือน ๖ (เดือน ๘ เหนือ)  ขึ้น ๙ ค่ำ จนถึงขึ้น ๑๔ ค่ำ มีการอัญเชิญน้ำสรงขึ้นสู่ดอยสุเทพในตอนกลางคืนจนถึงรุ่งเช้าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ (เพ็ญเดือน ๖) เพื่อประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุดอยสุเทพตามประเพณีวันวิสาขบูชา ของชาวล้านนา
สำหรับปีนี้ วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๘ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะกรรมการผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จมาเป็นประธานประกอบพิธีผูกพัทธสีนา พระอุโบสถวัดโลกโมฬีและเททองหล่อพระโมฬีพระเจ้ามหาพระพุทธรูป ๘o มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็นปฐมฤกษ์

ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว
เดือน : มกราคม-ธันวาคม
อุณหภูมิ : -C
ฤดู : ทุกฤดู
สอบถามข้อมูลได้ที่
โทร. ๐๕๓-๔๐๔-๐๓๙, ๐๕๓-๒๑๒-๓๘๗
แหล่งที่มาของข้อมูล : http://www.watlokmolee.com , http://www.youtube.com/watch?v=HhOReO4KDKo

ที่เที่ยวอื่นๆ
เขื่อนกิ่วลม ลำปาง

เขื่อนกิ่วลม คือเขื่อนที่ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง เป็นเขื่อนในการดูแลของกรมชลประทาน ตั้งห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทางสายลำปาง-งาว ประมาณ 38 กิโลเมตรเศษ แยกซ้ายกิโลเมตรที่ 623 เข้า ไป

อ่าน
4,193
2014-04-11
วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ. เชียงใหม่ (Wat Prathat Doi Suthep)

เดินทางตามถนนห้วยแก้ว ผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ระหว่างทางจะมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่อยู่เบื้องล่าง ระยะทางจากเชิงดอยถึงวัดประมาณ 11 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้เป็นปูชน

อ่าน
11,338
2014-04-14
พาไปเที่ยวน้ำตกม่อนหินไหล เชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติศรีลานนา จัดเป็นป่าต้นน้ำลำธารชั้นหนึ่ง ประกอบด้วยสัตว์ป่าและสภาพป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ครอบคลุมเนื้อที่ป่าแม่งัด ป่าแม่แตง และป่าเชียงดาว ในท้องที่อำเภอพร้าว อำเภอแม่แตง และอำเภอเชียงดาว รวมเนื้อที่ 652,0

อ่าน
4,344
2014-04-11
พาไปเที่ยววัดแสนฝาง เชียงใหม่ (Wat Saenfang, Chiang Mai)

วัดแสนฝาง เป็นอีกวัดที่มีชื่อเสียงในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะ “พระเจดีย์มงคลแสนมหาชัย” เจดีย์ทรงพม่าที่อยู่ภายในวัดมีลักษณะคล้ายเจดีย์ชเวดากองของพม่า เป็นเจดีย์สีขาวตกแต่งลวดลายปูนปั้นวิจิตรงดงาม มีความสูง 49 เมตร

อ่าน
3,964
2014-04-11
เที่ยวขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน หรือ สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ตั้งอยู่ ณ หมู่บ้านขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร อยู่ทางทิศเหนือของยอด ดอยปุย ห่างจาก พระตำห

อ่าน
4,839
2014-04-11
พาไปเที่ยววัดพระธาตุดอยน้อย

วัดพระธาตุดอยน้อย ตั้งอยู่บนเขาลูกหนึ่ง ทางทิศตะวันออกของถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ ๔๔ กม. ตรงข้ามสำนักงานพัฒนาภาค ๓ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาจอมทองจะมีทางแยกเข้าไปถึงยอดดอยห่างจากถนนใหญ่ ประมาณ ๑,

อ่าน
3,083
2014-04-11
พาไปเที่ยวน้ำตกแม่สา

น้ำตกแม่สา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ อยู่ตรงทางแยก กม.ที่ 16เลี้ยวซ้ายมือเข้าไปอีกประมาณ6กิโลเมตรตามเส้นทางไปอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ น้ำตกแม่สา เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของอำเภอแม่ริมแบ่งเป็นชั้น ๆ

อ่าน
4,104
2014-04-11
พาไปเที่ยวน้ำตกทรายเหลือง

น้ำตกห้วยทรายเหลือง ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองเชียงใหม่ 105.5 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวง 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ประมาณกิโลเมตรที่ 58 เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 1009 (สายจอมทอง – ดอยอินทนนท์) ประมาณ 39 กิโลเมตร มีทางแ

อ่าน
3,743
2014-04-11
พาไปเที่ยวน้ำตกแม่กลาง เชียงใหม่

พาไปเที่ยวน้ำตกแม่กลางเชียงใหม่ น้ำตกที่มี ชื่อเสียงมาก ที่สุดใน เชียงใหม่ตั้งอยู่ในเขต อำเภอจอมทอง ห่างจากเชียงใหม่ 66 กิโลเมตร ใช้ทางหลวง 108 ไป 57 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1009 ไปอีก 8 กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง ตลอดน้

อ่าน
8,433
2014-04-11
เที่ยวบ้านไร่ไผ่งาม

สินค้า OTOP ที่ขึ้นชื่อของเชียงใหม่มีมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ ผ้าฝ้ายพื้นเมืองย้อมสีธรรมชาติ ที่นับวันจะหาได้ยาก แต่ที่เชียงใหม่นั้น มี ‘บ้านไร่ไผ่งาม’ ที่เลื่องชื่อเรื่องการทอผ้าฝ้ายแบบดั้งเดิม เรามาทำความรู้จักกับ ‘บ้า

อ่าน
3,541
2014-04-11
ดูอะไรคลิ๊กเลย!

ของกิน เชียงใหม่

ร้านอาหาร เชียงใหม่ / อาหารบุฟเฟ่ห์/ หมูกะทะ เชียงใหม่/ ร้านกาแฟ เชียงใหม่ / ร้านขนม เชียงใหม่/ ร้านไอศครีม เชียงใหม่ / ร้านนั่งดื่มกลางคืน / Pub & Restaurant Chiangmai/ ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่ / ร้านอาหารเหนือ / ร้านบรรยากาศดี เชียงใหม

ที่พัก เชียงใหม่

ที่พักเชียงใหม่/ โรงแรม เชียงใหม่ / อพาร์ทเม้นรายวัน - รายเดือน / เกสเฮาส์ เชียงใหม่/ รีสอร์ท เชียงใหม่/ Roomservice Chiangmai / หอพัก เชียงใหม่ / คอร์ท เชียงใหม่ / ห้องพักรายวัน / ห้องพักรายเดือน

ที่เที่ยว

เที่ยว เชียงใหม่ / ที่เที่ยว เชียงใหม่ /เที่ยวดอย เชียงใหม่ / ที่เที่ยว เชียงใหม่ / เที่ยวน้ำตก เชียงใหม่ / พระธาตุดอยสุเทพ / วัดเชียงใหม่ / เที่ยวปาย / เที่ยวเชียงราย

บริการ

สถาบันสอนภาษา เชียงใหม่ / ร้านตัดผม / เชียงใหม่ / ร้านทำเล็บ / บริการปะยาง / บริการซ่อมรถ

ส่วนลด

ส่วนลด เชียงใหม่ / ส่วนลดร้านอาหาร / ส่วนลดร้านขนม / ส่วนลดร้านกาแฟ / ส่วนลดร้านบริการ / ส่วนลดที่พัก